หนังสือออกใหม่ คลิกที่รูปดูรายละเอียด

ตัวอย่างโค้ดโปรแกรม Tweak (จากบทที่ 11)
แก้ไข Registry ด้วย AutoIt [คลิก]





ตัวอย่างโค้ดโปรแกรม Tweak
แก้ไข Registry ด้วย AutoIt [คลิก]

โปรแกรมสุ่มหมายเลข GUID
เพื่อนำไปใช้ใน Registry [คลิก]

ถ้าเข้าเว็บ AutoIt ไม่ได้
ดาวน์โหลดโปรแกรมตามลิงก์ด้านล่างนี้แทนครับ
[AutoIt และ SciTE]


เจาะระบบ REGISTRY+SECURITY ไขความลับ Windows 7

เรียนรู้ Registry ใน Windows 7ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง,เผยความลับที่ซ่อนอยู่ใน Registry รวมถึงที่มาที่ไป พร้อมการนำไปประยุกต์ใช้, ปกป้องระบบของ Windows 7 และรักษาความปลอดภัยในส่วนต่างๆ, ควบคุม Windows 7 ด้วยการแก้ไข Registry เพื่อเร่งความเร็ว, เสริมความปลอดภัย, ปรับแต่งวินโดวส์

โหลดบิต ติดโค (โล) โหลดไฟล์ฟรีไม่มีลิมิต

เนื้อหาชัดเจนทุกแง่มุมของ BitTorrent ครอบคลุม Co-location ที่หาไม่ได้จากที่อื่นๆ เร่งความเร็วในการใช้บิตแบบติดเทอร์โบ ด้วยเทคนิคการตั้งค่า Forward Port สำหรับเราเตอร์ทุกยี่ห้อ สอดแทรกเทคนิคเสริมที่ช่วยให้โหลดกระจาย 1,000 GB ในไม่กี่วัน

Hack Windows ฉบับ Registry

เรียนรู้ Registry ตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงระดับสูง เผยทุกเส้นทางการแก้ไข Registry รวมถึงที่มาที่ไป พร้อมการนำไปประยุกต์ใช้ ควบคุม Windows เพื่อเร่งความเร็ว, เสริมความปลอดภัย, ปรับแต่งหน้าตา ,ป้องกันไวรัส/สปายแวร์

๒๗ ม.ค. ๒๕๕๕

นำรูปภาพมาสร้างเป็นสไลด์ DVD ภาพยนตร์


     เครื่องเล่น DVD ซึ่งมีกันทุกบ้าน นอกจากจะใช้เพื่อการรับชม DVD ภาพยนตร์แล้ว หากคุณมีรูปภาพที่ถ่ายเก็บเอาไว้ด้วยกล้องดิจิทัล คุณยังสามารถนำรูปภาพดังกล่าวมาสร้างเป็นสไลด์โชว์ เพื่อนำไปเปิดบนเครื่องเล่น DVD ได้ด้วย ซึ่งในบทความนี้จะสอนคุณสร้าง DVD ที่รวมรูปภาพ พร้อมกับใส่เพลงประกอบ เหมาะสำหรับการทำเพื่อเปิดในการแต่งงาน, งานเลี้ยงฉลอง, หรืออยู่ว่างๆ นำมาเปิดเล่นๆ ก็ได้เช่นกัน


ตัวโปรแกรมสำหรับสร้างสไลด์ DVD ภาพยนตร์นั้น ดาวน์โหลดได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้
คลิกดาวน์โหลดโปรแกรม  รหัสสำหรับการคลายไฟล์ซิบ 224466

เมื่อติดตั้งโปรแกรมเสร็จเรียบร้อย ก็มาดูวิธีการใช้งานมีขั้นตอนดังนี้

1. เปิดโปรแกรมขึ้นมา คลิกปุ่ม Add files เพื่อนำรูปภาพของคุณเข้ามาในโปรแกรม (คลิกเม้าส์ลากแถบคลุมไฟล์ทั้งหมดแล้วคลิกปุ่ม Open)



2. เมื่อนำรูปภาพเข้ามาในโปรแกรมเรียบร้อยแล้ว คลิกไปยังรูปแล้วกดปุ่ม Ctrl + A เพื่อทำแถบสีคลุมไฟล์รูปทั้งหมด จากนั้นคลิกปุ่ม Edit slide ที่อยู่ด้านข้าง (การตั้งค่านี้จะมีผลกับไฟล์รูปภาพทั้งหมด)



3.หน้าต่างสำหรับตั้งค่าเวลาการแสดงรูปภาพจะปรากฏขึ้นมาดังรูปด้านล่างนี้ ซึ่งจะมีแท็บสำหรับตั้งค่าอยู่ 2 แท็บคือ
[*] Movement สำหรับตั้งค่าการแสดงรูปภาพแต่ละรูปว่าจะให้แสดงกี่วินาที ตามตัวอย่างนี้ผมตั้งไว้รูปละ 5 วินาที
[*] Transition สำหรับตั้งเอฟเฟ็กการเปลี่ยนรูปหนึ่งไปยังอีกรูปหนึ่ง ตรงนี้ไม่ต้องตั้งนานนะครับตั้งไว้แค่ 1 วินาทีก็พอ
***สำหรับเอฟเฟ็กต่างๆ สามารถคลิกเลือกได้ที่ไอคอนด้านล่าง หรือจะปล่อยให้โปรแกรมสุ่มให้เองก็ได้

4. เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วคลิกปุ่ม Apply and close แล้วปิดหน้าต่างนี้ไปได้เลย



5. ขั้นตอนต่อไปจะเป็นใส่คำบรรยายให้รูปภาพ ดับเบิลคลิกบนรูปที่คุณต้องการใส่คำบรรยาย หน้าต่างสำหรับใส่คำบรรยายจะปรากฏขึ้นมาดังรูปด้านล่างนี้ พิมพ์ข้อความที่ต้องการลงไป หากจะเปลี่ยนขนาดตัวอักษร สี คลิกปุ่ม … ที่อยู่ด้านข้างได้เลยครับ



6. หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้วคลิกปุ่ม Fast Preview เพื่อดูผลการตั้งค่า เมื่อพอใจแล้วก็คลิกปุ่ม Next step เพื่อทำขั้นตอนถัดไป



7. ขั้นตอนถัดไปจะเป็นใส่เสียงให้สไลด์รูปภาพ DVD คลิกปุ่ม Add Audio เพื่อเลือกไฟล์เสียงที่ต้องการใส่ประกอบการแสดงรูปภาพ จะเลือกกี่ไฟล์เสียงก็ได้ แต่ขอให้จำไว้ว่าไฟล์เสียงจะเล่นตามลำดับที่คุณเลือกได้เอาไว้ เมื่อตั้งค่าเสร็จคลิกปุ่ม Next step เพื่อทำขั้นตอนถัดไป



8. ขั้นตอนต่อมาเป็นการตั้งค่าแผ่น DVD ที่จะสร้าง คลิกปุ่มด้านล่าง DVD menu template เพื่อเลือกหน้าตาเมนูของแผ่นที่จะสร้าง

9. คลิกปุ่ม … เลือกตำแหน่งที่จะเก็บไฟล์ DVD หลังสร้างเสร็จ จากนั้นคลิกปุ่ม Next step 



10. โปรแกรมจะทำการสร้างไฟล์สไลด์ภาพ DVD  ให้คุณทันที รอสักครู่เมื่อทำเสร็จจะมีเมนูคำสั่งออกมาให้เลือกเหมืนอรูปด้านล่างนี้ คลิกคำสั่ง Open output folder in explorer เพื่อกำหนดให้โปรแกรมเปิดโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ DVD ที่สร้างเสร็จ



หมายเหตุ
    ไฟล์ DVD ภาพยนตร์ที่สร้างเสร็จนี้ คุณสามารถนำไปเขียนลงในโปรแกรมเขียนแผ่นอย่าง Nero โดยเลือกเขียนแบบ DVD ภาพยนตร์ จากนั้นก็ลากไฟล์ที่อยู่ในโฟลเดอร์ทั้งหมดไปใส่หน้าต่างโปรแกรม Nero

###จบแล้วครับ###

๒๑ พ.ย. ๒๕๕๔

เปรียบเทียบความเร็วการใช้งานแรม 4 GB และ 8 GB

    ในปัจจุบันราคาแรม (RAM ย่อมาจาก Random access memory) มีราคาถูกลงมาก คำถามหนึ่งที่มักพบกันก็คือ ถ้ามีอยู่ 4 GB แล้วจะเพิ่มเป็น 8 GB ดีไหม คุ้มที่จะเปลี่ยนหรือไม่ คำตอบของคำถามก็อยู่ในบทความนี้แหละครับ

    ก่อนอื่นเพื่อให้เข้าใจตรงกัน ในวินโดวส์แต่ละรุ่นจะรองรับแรมได้ไม่เท่ากัน สำหรับวินโดวส์ที่นิยมใช้เพื่อติดตั้งแรมเกินกว่า 4 GB ก็คือ วินโดวส์ 7 แบบ 64 บิต (หากเป็นวินโดวส์แบบ 32 บิตจะรองรับแรมได้ไม่เกิน 4 GB )

วิธีตรวจดูว่าวินโดวส์ที่คุณใช้งานอยู่เป็น 32 บิต หรือ 64 บิต ทำได้ด้วยการคลิกขวาที่ไอคอน Computer เลือกคำสั่ง Properties หน้าต่าง System จะปรากฏขึ้นมาดังรูปด้านล่างนี้ ถ้าส่วน System Type: ของคุณเป็น 64-bit Operating System ก็สามารถใส่แรมได้เกิน 4 GB ได้อย่างแน่นอน





คุณสามารถดูตารางแสดงขนาดแรมสูงสุดที่ใส่ได้ในวินโดวส์ 7 แต่ละรุ่นตามรูปด่านล่างนี้



     สำหรับวินโดวส์เวอร์ชั่นอื่น ดูได้จากลิงก์ ขนาดของแรมที่วินโดวส์ในแต่ละเวอร์ชั่นรองรับ

     เมื่อคุณใส่แรมเข้าไปเพิ่มเป็น 8 GB แล้วความเร็วจะเพิ่มขึ้นกว่า 4 GB แค่ไหน ก็มีผู้ทดสอบให้ดูแล้วตามตารางด้านล่างนี้ เป็นการเปรียบเทียบความเร็วที่เพิ่มขึ้นเมื่อใช้แรม 8 GB เช่น
 PSE 7 photoloading ก็คือการเปิดภาพขึ้นมาในโปรแกรมโฟโตช็อปเร็วขึ้น 7.3 เปอร์เซ็นต์
Crysis Warhead - Level Load โหลดด่านขึ้นมาเล่นเร็วขึ้น 16 เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น



รายละเอียดเพิ่มเติมดูจากได้จากวิดีโอนี้
วิดีโอผลทดสอบความเร็วของเครื่องเทียบระหว่างแรม 4 GB กับ แรม 8 GB


   จากตารางและวิดีโอการทดสอบจะเห็นว่าการเพิ่มแรมจาก 4 GB เป็น 8GB ทำให้ความเร็วโดยรวมของการใช้งานโปรแกรมและวินโดวส์เร็วขึ้น  บางท่านสงสัยว่าโปรแกรมหรือเกมบางเกมนั้นไม่ได้ใช้แรมเกินกว่า 4 GB ทำไมใส่แรมเพิ่มขึ้นถึง 8 GB ถึงทำให้เร็วขึ้นมาได้ คำตอบสำหรับข้อสงสัยนี้อยู่ที่ระบบของวินโดวส์ครับ

    เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนคุณต้องเปิด Windows Task Manager ขึ้นมาก่อน (กดปุ่ม Ctrl + Shift + ESC) จากนั้นคลิกไปที่แท็บ Performance และคลิกที่ Resource Monitor... (ดูรายละเอียดตรง Physical Memory (MB) แทนก็ได้)



   เมื่อหน้าต่าง Resource Monitor ปรากฏขึ้นมาคลิกที่แท็บ Memory คุณจะเห็นรายละเอียดการจัดการแรมในวินโดวส์ ตามตัวอย่างนี้คือ



[*] Hardware Reserved สงวนไว้ให้อุปกรณ์ (BIOS และไดรเวอร์อุปกรณ์บางประเภท) 9 MB
[*] In Use ใช้งานอยู่ 1,615 MB (1.6 GB)
[*] Modified ข้อมูลในแรมที่จะเขียนลงฮาร์ดดิสก์ เมื่อเขียนเสร็จก็จะนำไปใช้งานได้อีกครั้ง 42 MB
[*] Standby แรมที่เป็นแคชมีข้อมูลอยู่ รอการเรียกใช้งานต่อไป 5,339 MB (5.3 GB)
[*] Free แรมที่ไม่มีข้อมูลใดๆ แรมตรงส่วนนี้หากมีโปรแกรมหรือวินโดวส์ต้องการใช้แรมเพิ่ม ก็จะเอาจากส่วนนี้ไปใช้ก่อน (หากไม่พอจะล้างข้อมูลที่อยู่ในแคช และเอาไปใช้ต่อในลำดับถัดไป)



    จะเห็นว่าภาพรวมคร่าวๆ ในการใช้งานแรมของวินโดวส์นั้น หากคุณมีแรมมากตัวระบบวินโดวส์ก็จะจัดการใช้งานแรมที่มีเพิ่มขึ้นมามากตามไปด้วย ไม่ใช่ว่าโปรแกรมใช้แรมไม่เกิน 4 GB แล้วแรมที่เพิ่มมาเป็น 8 GB จะไม่ได้ใช้งานแต่อย่างใด แม้ในผลการทดสอบระหว่างแรม 4 GB และ 8 GB ที่ดูเหมือนว่าความเร็วในการทำงานจะเพิ่มมาประมาณ 10-20 เปอร์เซ็นต์ (แล้วแต่โปรแกรม) เหมือนจะไม่มาก บางครั้งก็เป็นภาพที่หลอกตาเช่นกัน

    เพราะโดยปกติทั้งผมและคุณ ก็ไม่ได้เปิดโปรแกรมแค่เพียง 1 โปรแกรมเท่านั้น ในการใช้งานจริงเราจะเปิดโปรแกรมหลายๆ โปรแกรมขึ้นมาพร้อมกัน จุดนี้แหละครับที่เป็นผลพลอยได้ของเครื่องที่มีแรม 8 GB ที่ได้เปรียบเครื่องที่มีแรม 4 GB อย่างชัดเจน ในเครื่องที่มีแรมน้อยการสลับทำงานในแต่ละโปรแกรม แรมที่ว่างอยู่อาจไม่พอ วินโดวส์จึงต้องล้างข้อมูลที่มีอยู่ในแคชสลับกันไปมา และผลที่ตามก็คือเมื่อเปิดโปรแกรมอีกตัว แต่ไม่มีข้อมูลอยู่ในแคช ต้องโหลดข้อมูลจากฮาร์ดดิสก์ขึ้นมาใส่แรมใหม่ตอนสลับการทำงานโปรแกรม (สังเกตง่ายๆ ตอนสลับการทำงานโปรแกรมไฟฮาร์ดดิสก์จะกระพริบถี่) ทำให้โปรแกรมระบบโดยรวมทำงานช้าลง ต่างจากเครื่องที่มีแรม 8 GB ซึ่งสามารถสลับการทำงานของโปรแกรมได้ราบรื่นและรวดเร็วกว่า

   โดยสรุปแล้ว การเพิ่มแรมจาก 4 GB เป็น 8 GB นั้นคุมค่ากับความเร็วที่ได้ ทั้งการใช้งานโปรแกรมทั่วไปและระบบวินโดวส์ เมื่อเทียบกับราคาของแรมที่ไม่แพง แต่หากคุณใช้วินโดวส์แบบ 32 บิตจะไม่สามารถเพิ่มแรมได้เกินกว่า 4 GB และในกรณีที่คุณลงวินโดวส์ใหม่ไม่เป็น อาจจะทำให้เสียเวลาหรือเสียเงินจ้างร้านคอมฯ ติดตั้งวินโดวส์ใหม่อีก การเพิ่มแรมเป็น 8 GB จึงต้องคำนึงถึงเรื่องนี้ไว้ด้วย




###จบแล้วครับ###

๑๒ พ.ย. ๒๕๕๔

PSsix AutoSize โปรแกรมปรับย่อและขยายหน้าต่างตามต้องการ

    โปรแกรม PSsix AutoSize เป็นโปรแกรมที่ช่วยให้คุณปรับขนาดหน้าต่างโปรแกรมทุกประเภทอัตโนมัติ โดยข้ามขีดจำกัดของการย่อและขยายหน้าต่างนั้นๆ อาจกล่าวได้ว่า คุณสามารถใช้โปรแกรมนี้ย่อหรือขยายหน้าต่างเป็นขนาดเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรม PSsix AutoSize (ฟรีแวร์) ได้จากลิงก์ด้านล่างนี้
คลิกดาวน์โหลด PSsix AutoSize

วิธีการใช้งานโปรแกรม PSsix AutoSize สำหรับย่อและขยายหน้าต่าง มีดังนี้

1. เลือกขนาดของหน้าต่างโปรแกรมที่จะย่อหรือขยาย เลือกได้ทั้งแบบสำเร็จรูปหรือเลื่อนสไลด์บาร์ปรับเอง
2. คลิกปุ่ม เลือกหน้าต่าง



3. จะมีรายชื่อหน้าต่างโปรแกรมที่สามารถปรับได้ปรากฏขึ้นมาให้เลือก (ถ้าเปิดหน้าต่างใหม่ คลิกปิดแล้วเปิดหน้าต่างนี้ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้โปรแกรมอัปเดทรายชื่อหน้าต่าง) คลิกกา ถูก หน้าชื่อหน้าต่างที่คุณต้องการปรับขนาด

4. คลิกปุ่ม ปรับขนาด โปรแกรมจะปรับขนาดหน้าต่างที่คลิกเลือกทั้งหมดให้อัตโนมัติ



หมายเหตุ
     โปรแกรมจะจัดเรียงหน้าต่างที่ปรับขนาดตามแนวกว้างของจอภาพ ถ้าคุณต้องการให้โปรแกรมปรับขนาดแล้วไม่เรียง (ซ้อนทับในตำแหน่งเดียวกันหมด) ก็คลิกกา ถูก ที่ตัวเลือก ซ้อนหน้าต่าง

วิธีใช้ปุ่ม F2 เพื่อปรับขนาดหน้าต่าง
    ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการปรับขนาดหน้าต่าง ซึ่งคุณสามารถคลิกเลือกหน้าต่างที่ต้องการปรับขนาดและกดปุ่ม F2 เพื่อปรับขนาด วิธีการตั้งค่าให้ปุ่ม F2 ทำงานมีขั้นตอนดังนี้

1. เลือกขนาดที่จะปรับ
2. คลิกที่ตัวเลือก ปรับขนาดโดยกด F2



3. คลิกไปยังหน้าต่างที่คุณต้องการปรับขนาด แล้วกดปุ่ม F2 หน้าต่างโปรแกรมที่คุณคลิกจะถูกปรับอัตโนมัติตามขนาดที่ได้เลือกเอาไว้ ถ้าจะทำกับหน้าต่างอื่นก็คลิกไปที่หน้าต่างอื่นแล้วกดปุ่ม F2 (ทำได้ทีละหน้าต่าง)

###จบแล้วครับ###

๒๑ ต.ค. ๒๕๕๔

วิธีตัดภาพเคลื่อนไหวจากหนังมาเป็นไฟล์ GIF Animation

    เมื่อคุณเปิดไปตามหน้าเว็บบอร์ดหรือฟอรั่มทั่วไป บางครั้งคุณก็มักจะเห็นภาพเคลื่อนไหวที่เป็นไฟล์ .gif (Gif Animation) ซึ่งตัดมาจากภาพยนตร์ในบางส่วน บางฉาก  หากคุณต้องการทำแบบนั้นบ้าง ก็ต้องดูวิธีการในบทความนี้ครับ วิธีการในบทความนี้จะใช้โปรแกรม Format Factory (ฟรีแวร์) ในการทำ ตัวโปรแกรมดาวน์โหลดได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้

ดาวน์โหลดโปรแกรม Format Factory เวอร์ชั่นล่าสุด

วิธีการใช้โปรแกรม Format Factory เพื่อตัดภาพเคลื่อนไหวในภาพยนตร์มาเป็น GIF Animation มีดังนี้

1. เปิดภาพยนตร์ที่คุณต้องการตัดฉากมาทำภาพเคลื่อนไหว ดูที่เวลาในการเล่นว่าต้องการตัดในช่วงเวลาใด ก็จำเอาไว้ (แม้จะทำได้ในโปรแกรม Format Factory แต่ดูเวลาจากโปรแกรมเล่นไฟล์วิดีโอจะสะดวกกว่าครับ)



2. เปิดโปรแกรม Format Factory  ขึ้นมาคลิกที่ตัวเลือก วิดีโอ > ทั้งหมดไปยัง GIF ดังภาพด้านล่างนี้



3. หน้าต่างการตั้งค่าจะปรากฏขึ้นมา ลากไฟล์ภาพยนตร์ในโฟลเดอร์ด้านนอกมาวางไว้ที่หน้าต่างนี้ เมื่อรายชื่อไฟล์ภาพยนตร์ปรากฏขึ้นมา คลิกที่ชื่อไฟล์แล้วคลิกไปที่ปุ่ม ตัวเลือก



4. หน้าต่างย่อยสำหรับการตัดภาพจะปรากฏขึ้นมา คุณต้องกำหนดจุดเริ่มต้นเวลาของภาพยนตร์ทีต้องการจะตัด โดยการลากแถบสไลด์บาร์ไปยังจุดนั้น แล้วคลิกปุ่ม เวลาเริ่ม หรือใช้อีกวิธีง่ายๆ ก็คือ พิมพ์ตัวเลขเวลาไปในช่องด้านล่าง (พิมพ์แล้วต้องคลิกปุ่ม play สีเขียวด้านข้างด้วย)

5. กำหนดจุดสิ้นสุดของเวลา วิธีการจะเหมือนการกำหนดจุดเริ่มต้นคือ ลากสไลด์บาร์ไป หรือพิมพ์ตัวเลขเวลาในช่องด้านล่างก็ได้ ตามตัวอย่างนี้ ผมจะใช้วิธีการพิมพ์


     คุณจะเห็นว่าผมจะตัดเวลาเอามาทำไฟล์ GIF Animation เพียง 3 วินาทีเท่านั้น เนื่องจากไฟล์ GIF Animation จะเป็นไฟล์ที่เล่นอัตโนมัติ หากคุณสร้างไฟล์ที่มีช่วงเวลายาวนานเกินไป ผู้ใช้ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดไฟล์ภาพ gif ทั้งหมดจนครบ หากเน็ตที่ใช้ช้าก็จะทำให้ผู้อื่นเสียเวลาในการเปิดหน้าเว็บที่มี GIF Animation ช้าไปด้วย

6. หลังจากกำหนดจุดเริ่มต้นและสิ้นสุดเวลาเรียบร้อยแล้ว ในหน้าต่างเดียวกันนี้ คลิกที่ตัวเลือก ตัดครอบ เพื่อกำหนดขอบเขตพื้นที่ในการตัดภาพออกมา วิธีการกำหนดขอบเขตทำได้ด้วยการลากเม้าส์ไปบนภาพตัวอย่างลากทแยงจากซ้ายบนมาขวาล่าง คุณจะเห็นกรอบสีแดงซึ่งเป็นขอบเขตของภาพที่จะตัดปรากฏขึ้นมา ถ้าต้องการเปลี่ยนขอบเขตใหม่ก็ลากเม้าส์ใหม่อีกครั้งครับ

    เมื่อตั้งค่าเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม ตกลง



7. คุณจะกลับมาที่หน้าต่างการตั้งค่าในตอนแรก ตอนนี้คลิกปุ่ม ตั้งค่าขาออก เพื่อกำหนดขนาดของภาพและเฟรมเรทในการแสดงผล ตามตัวอย่างนี้ผมจะกำหนดค่าเฟรมเรทไว้ที่ 12 เฟรมต่อวินาที (ค่าปกติคือ 5) เพื่อให้การแสดงผลภาพดูนุ่มนวลไม่กระตุก ข้อเสียในการเพิ่มเฟรมเรทที่คุณต้องรู้ไว้คือ จะทำให้ไฟล์ภาพ gif มีขนาดใหญ่ขึ้น หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้วก็คลิกปุ่ม ตกลง (2 ครั้ง เพื่อกลับมาที่หน้าจอหลักโปรแกรม)



8. เมื่อกลับมาที่หน้าจอหลักของโปรแกรม คลิกปุ่ม เริ่ม โปรแกรมจะเริ่มสร้างไฟล์ GIF Animation ให้ทันที (ใช้เวลาสร้างไม่ถึง 5 วินาที)

9. คลิกที่ปุ่ม โฟลเดอร์ปลายทาง เพื่อไปยังโฟลเดอร์ที่เก็บไฟล์ภาพ GIF Animation ตอนนี้คุณก็ได้ไฟล์ภาพ GIF แบบเคลื่อนไหวที่ตัดจากหนังพร้อมใช้งานแล้วนะครับ



ตัวอย่างของไฟล์ภาพที่ผมตัดสำเร็จออกมา ดูได้จากรูปด้านล่างนี้



###จบแล้วครับ###

๘ ต.ค. ๒๕๕๔

รีวิวภาพจากกล้อง Fuji JV200 กล้องถ่ายรูปราคาประหยัด

    วันนี้มาแปลกสักหน่อย เนื่องจากเมื่อประมาณ 2 อาทิตย์ก่อน  ซื้อกล้อง Fuji JV200 เพื่อนำมาถ่ายรูปของที่ร้านทำแคตตาล็อก เลยถือโอกาสถ่ายเล่นเพื่อนำมารีวิวให้ดูกันด้วย

คุณสมบัติทั่วไปของกล้อง Fuji JV200

- ความละเอียด 14 ล้านพิกเซล
- ซูมออฟติคอล 3 เท่า
- ดิจิตอลซูม 6.7 เท่า
- ถ่ายมาโครได้
- ไฟล์ภาพนิ่ง JPEG (EXIF 2.2)
- ไฟล์ภาพเคลื่อนไหว มี 1280 x 720 (HD 30 fps), 640 x 480 (30 fps)
- หน่วยความจำที่ใช้ SD / SDHC (ถ้าบันทึกไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง จะไม่สามารถบันทึกต่อเนื่องได้)
-ชนิดแบตเตอรี่ Lithium-ion (เป็นแบตชาร์ทเหมือนแบตมือถือ)

   ผมซื้อที่ IT City ราคา 2690 บาท (วันที่ 20/09/2554)  ของแถมก็มี ฟิล์มกันรอย,ผ้าไมโครไฟเบอร์, ขาตั้งกล้องขนาดเล็ก, กระเป๋าใส่กล้อง, หน่วยความจำ 2 GB (กระเป๋ากับหน่วยความจำ น่าจะเป็นของที่มากับกล้องเป็นมาตรฐานอยู่แล้ว)


ทีนี้มาดูรูปที่ถ่ายจากกล้องกันครับ หากคุณต้องการดูภาพขนาดใหญ่คลิกที่ภาพเพื่อขยาย (ภาพถูกย่อจากต้นฉบับให้เล็กลงเพื่อสะดวกในการอัปโหลด)



















สรุป
    คุณภาพของกล้องตัวนี้พอใช้ได้ สามารถใช้ถ่ายวัตถุใกล้ๆ ระยะไม่เกิน 10 เมตรได้อย่างดี แต่ถ้าถ่ายไกลๆ หรือใช้การซูมกล้องถ่าย สีของภาพจะฟุ้งไม่มีความคมชัด สำหรับการถ่ายมาโครพวกดอกไม้หรือแมลงต่างๆ ผมพบปัญหาเรื่องการโฟสกัสไม่ได้ จะต้องใช้วิธีโฟกัสไปยังวัตถุที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนแล้วค่อยขยับกล้องออกมา เช่น ถ่ายแมลงบนใบไม้ ต้องกดโฟกัสที่ใบไม้ให้มีความชัดก่อนแล้วจึงค่อยขยับกล้องไปใกล้ตัวแมลง
   ส่วนการปรับแต่งกล้อง คุณสามารถตั้งค่า ISO และ White Balance ได้ การปรับระยะการโฟกัสจะเป็นแบบออโต้คือ กดปุ่มถ่ายไว้ครึ่งหนึ่งกล้องจะโฟกัสวัตถุที่อยู่กลางหน้าจอมองภาพให้อัตโนมัติ หากโฟสกัสวัตถุเล็กๆ หรือวัตถุที่มีสีเหมือนกันหมดจะโฟกัสไม่ค่อยติด
   ออฟชั่นอื่นๆ เช่น การตั้งเวลาถ่าย หรือถ่ายวิดีโอ ก็จะมีเหมือนกล้องทั่วไป ซึ่งกล้องตัวนี้หากตั้งถ่ายแบบ HD จะถ่ายได้ระยะเวลาหนึ่งแล้วจะหยุดถ่ายเพื่อบันทึกไฟล์วิดีโอ ถ้าคุณอยากถ่ายแบบต่อเนื่องต้องลดความละเอียดของภาพในการถ่ายลงมา

###จบแล้วครับ###

๑๒ ก.ย. ๒๕๕๔

โปรแกรม PSsix NetMeter v1.6 วัดความเร็วดาวน์โหลด/อัปโหลด

     หากคุณต้องการวัดความเร็วการอัปโหลดและดาวน์โหลดของอินเตอร์เน็ต ผมขอแนะนำให้ใช้โปรแกรม PSsix NetMeter v1.6 ซึ่งผมได้อัปเดทความสามารถของโปรแกรม PSsix NetMeter ให้มากขึ้นกว่าเวอร์ชั่นก่อนหน้านี้ และแก้ไขบักสำหรับบางเครื่อง ที่ไม่สามารถใช้งานโปรแกรมนี้ได้ ตัวโปรแกรมแจกฟรี ดาวน์โหลดได้ตามลิงก์ด้านล่างนี้ครับ

คลิกดาวน์โหลด PSsix NetMeter v1.6




โปรแกรม PSsix NetMeter เวอร์ชั่น 1.6 มีการอัปเดทดังนี้

- แก้ไขบักให้เครื่องที่ไม่สามารถใช้งานได้ในเวอร์ชั่นก่อน สามารถใช้งานโปรแกรมนี้ได้

- เพิ่มตัวเลือกสีสำหรับการปรับแต่งสถานะ แถบดาวน์โหลด/อัปโหลด/พื้นหลัง ให้เลือกสีได้ไม่จำกัด

- ปรับโปรแกรมในการเลือกเมนูต่างๆ ให้ทำงานเร็วขึ้นกว่าเดิม (ไม่มีดีเลย์เมื่อคลิกเมนู)

- รองรับความเร็วเน็ตที่ดาวน์โหลดและอัปโหลดมากกว่า 1 mB/sec และปรับการแสดงผลเป็นหน่วย mB อัตโนมัติ




    วิธีตั้งค่าการทำงานของโปรแกรมทำได้ด้วยการคลิกที่ไอคอนโปรแกรมที่ System Tray (Notification area) เมนูสำหรับการตั้งค่ามีดังนี้

[*] วิธีใช้งานโปรแกรม PSsix NetMeter v1.6 เป็นการเปิดเว็บมายังหน้านี้
[*] เปลี่ยนสีมิเตอร์ เลือกเปลี่ยนสีแถบมิเตอร์วัดความเร็วดาวน์โหลดและอัปโหลด
[*] เปลี่ยนตำแหน่งมิเตอร์บนหน้าจอ เลือกตำแหน่งสำหรับวางแถบมิเตอร์บนหน้าจอของคุณ
[*] ตั้งให้เปิดทุกครั้งที่เข้าวินโดวส์ กำหนดให้โปรแกรมเปิดทำงานทุกครั้งที่เปิดเข้าวินโดวส์
[*] ปิดโปรแกรม PSsix NetMeter สั่งปิดโปรแกรม




หมายเหตุ

     สำหรับผู้ใช้เวอร์ชั่นเก่า หากคุณต้องการอัปเดทมาให้เวอร์ชั่น 1.6 ขอให้ทำตามขั้นตอนดังนี้

1. ปิดการทำงานของโปรแกรมเวอร์ชั่นเก่าไปก่อน

2. จากนั้นเปิดโปรแกรมเวอร์ชั่นใหม่ คลิกเลือกคำสั่งที่ไอคอนโปรแกรมใน System Tray (Notification area) เลือกที่  “ยกเลิกการเปิดโปรแกรมเมื่อเข้าวินโดวส์” เพื่อถอนตัวโปรแกรมเวอร์ชั่นเก่าออก

3. คลิกไปที่ซ้ำไอคอนโปรแกรมใน System Tray (Notification area) อีกครั้ง เลือกคำสั่ง “ตั้งให้เปิดทุกครั้งที่เข้าวินโดวส์”

###จบแล้วครับ###

๘ ก.ย. ๒๕๕๔

เขียนบอทเกมด้วย AutoIt : Bot 8 อ้างอิงพิกัดหน้าต่างเกมอย่างถูกต้อง

     การเขียนสคริปต์บอทเบื้องต้น สำหรับสั่งคลิกและการดึงเอาค่ารหัสสีออกมาจากหน้าต่างเกมนั้น ยังขาดการตั้งค่าที่ถือเป็นหัวใจหลักอย่างหนึ่งคือ การกำหนดให้โปรแกรมที่เราทำขึ้นมาอ้างอิงพิกัดในหน้าต่างเกมอย่างถูกต้อง เช่น ตามปกติเมื่อคุณย้ายตำแหน่งหน้าต่างเกม หรือหน้าจอมีขนาดแตกต่างไปจากความละเอียดที่เคยเขียนสคริปต์ การสั่งคลิกและตรวจค่าสีตามปกติจะผิดเพี้ยนทันที เพราะสคริปต์ที่เขียนจากคำสั่ง MouseClick และ PixelGetColor รวมถึงคำสั่งอื่นที่ต้องใช้พิกัดอ้างอิงตำแหน่ง จะอ้างอิงตำแหน่งของหน้าจอเป็นหลัก

    หากคุณต้องการจะอ้างอิงที่หน้าต่างเกมเป็นหลัก ต้องเขียนคำสั่งตั้งค่าเพิ่มเข้ไาป 3 คำสั่ง โดยเพิ่มเข้าไปที่ส่วนหัว(บรรทัดบนสุด) ของสคริปต์ คือ

Opt("MouseCoordMode", 2) ;ตั้งค่าเม้าส์ ให้อ้างอิงพิกัดจากหน้าต่างโปรแกรม
Opt("PixelCoordMode", 2) ;ตั้งค่าการดึงรหัสสี ให้อ้างอิงพิกัดจากหน้าต่างโปรแกรม
Opt("CaretCoordMode", 2) ;ตั้งค่าการอ้างอิงหน้าต่าง สำหรับคำสั่งอื่นๆ ที่ต้องใช้พิกัดอ้างอิง


     สำหรับวิธีการตั้งโปรแกรม AutoIt Window Info และเขียนสคริปต์จะทำตามตัวอย่างดังนี้

1. เปิดโปรแกรม AutoIt Window Info ขึ้นมา คลิกไปที่เมนู Options > Coord Mode > Client

2. ที่โปรแกรม AutoIt Window Info คลิกที่เมนู Options > Magnify

3. คลิกแท็บ mouse เพื่อดู พิกัดและรหัสสี



4. ในตัวอย่างนี้ผมจะใช้โปรแกรม System Configuration เป็นตัวอย่างในการทำ การเปิดโปรแกรมนี้ทำได้ด้วย พิมพ์คำสั่ง msconfig ที่ RUN หรือ Search ในสตาร์ทเมนู

     เมื่อโปรแกรมเปิดขึ้นมาแล้ว ลากเป้าที่ Finder Tool ไปยังจุดที่คุณต้องการวัดพิกัดและดึงค่ารหัสสีออกมา ตามตัวอย่างนี้จะได้ค่าพิกัดคือ 38 x 71 และรหัสสีคือ 0x0F83C7




5. ผมจะเขียนสคริปต์สำหรับสั่งคลิกก่อน โดยจะอ้างอิงที่ไปหน้าต่างโปรแกรมก่อนทุกครั้ง (ดูรูปด้านล่าง)

6. ใส่พิกัดสำหรับคลิกลงในคำสั่ง MouseClick เมื่อเขียนเสร็จก็จะได้คำสั่งทั้งหมดดังนี้

     วิธีทดสอบการทำงาน ก็ลองขยับหน้าต่างโปรแกรม System Configuration ไปไว้ในตำแหน่งใดก็ได้บนหน้าจอ แล้วกด F5 ที่ SciTE เพื่อรันทดสอบคำสั่ง ถ้าถูกต้องจะเห็นว่าเม้าส์ขยับไปคลิกในตำแหน่งเดิมในหน้าต่าง System Configuration ทุกครั้ง แม้ว่าคุณจะขยับหน้าต่าง System Configuration ไปยังตำแหน่งอื่นก็ตาม




Opt("MouseCoordMode", 2)
Opt("PixelCoordMode", 2)
Opt("CaretCoordMode", 2)


If WinExists("System Configuration") Then WinActivate("System Configuration")
MouseClick("",38,71,1,0)

7. ต่อไปทดสอบการดึงเอารหัสสีในหน้าต่างโปรแกรมออกมา เขียนสคริปต์คำสั่งได้ดังนี้

    การทดสอบก็เพียงกด F5 รันสคริปต์ดู ลองขยับหน้าต่าง System Configuration  ย้ายไปที่ไหนก็ได้บนหน้าจอ (ต้องให้เห็นจุด ที่คุณจะดึงเอาค่าสีในหน้าต่างนั้นด้วย ไม่ใช่ลากไปซ่อนจนไม่เห็นหน้าต่าง) จะเห็นว่ารหัสสีที่ดึงออกมานั้นเป็นรหัสสีเดียวกันหมด แม้จะย้ายหน้าต่างไปตำแหน่งอื่นแล้วก็ตาม



Opt("MouseCoordMode", 2)
Opt("PixelCoordMode", 2)
Opt("CaretCoordMode", 2)


If WinExists("System Configuration") Then WinActivate("System Configuration")

for $i =1 to 10
$color = Hex(PixelGetColor(38,71),6)
    ConsoleWrite('+ดึงค่าสีรอบที่ ' & $i &' ได้ค่าสีคือ 0x' & $color & @crlf)
    Sleep(1000)
    Next

หมายเหตุ
    การอ้างอิงตำแหน่งหน้าต่างด้วยสคริปต์ข้างต้นนี้ต้อง อาศัยหน้าต่างที่มีการทำงาน โดยใช้คำสั่ง WinActivate("ชื่อหน้าต่าง") ก่อนทุกครั้ง แต่บางคำสั่งเช่น PixelGetColor ก็ไม่จำเป็นต้องสั่งให้หน้าต่างทำงาน แต่ต้องใส่ค่า handle อ้างอิงด้วย เช่น  PixelGetColor(38,71,$GameHD) ค่าตัวแปร $GameHD หามาได้อย่างไร โปรดกลับไปอ่านในบทที่ 1 หากขี้เกียจทำ หรือแค่จะทำโปรแกรมติดตั้งอัตโนมัติ ไม่ได้ทำบอทก็ไม่ต้องไปเสียเวลาอ่านครับ

หมายเหตุ 2
     เนื่องจากผู้อ่านบทความจำนวนหนึ่งเป็นพวก จับเสือมือเปล่า แนะนำหนังสือ AutoIt เบื้องต้น ในบทที่ 1 ไป ก็กลัวเปลืองเงินไม่ซื้อ  ทำให้ไม่รู้เรื่องพื้นฐานอะไรเลย บางคนแย่ไปกว่านั้นอ่านข้ามบททั้งที่ไม่เคยเขียนสคริปต์ AutoIt มาก่อน อาศัยก็อปตัดแปะสคริปต์ไปเรื่อย   ซึ่งก็ไม่เป็นไรครับ เราไม่ว่ากัน แต่ขอให้ช่วยมีความขยันอีกนิด พยายามอ่านบทความสอน AutoIt หน้าบล็อกนี้ให้หมด อย่าเห็นว่าเป็นบทความที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ หรือเป็นเรื่องที่คุณไม่ต้องการรู้ เนื่องจากการเขียนบทความต่างๆ ผมได้แทรกความรู้เรื่องคำสั่งสคริปต์ เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย ซึ่งคำสั่งบางคำสั่งนั้น เมื่ออธิบายไปแล้วผมจะไม่เสียเวลามาอธิบายซ้ำในบทความอื่น เพราะเสียเวลาทั้งตัวผม และเสียเวลาของผู้ที่ตั้งใจเรียนรู้ จะให้อธิบายซ้ำเพื่อคนขี้เกียจไม่กี่คน ที่ขี้เกียจคลิกไปอ่านก็กระไรอยู่


###จบแล้วครับ###

Twitter Delicious Facebook Digg Stumbleupon Favorites More